lnwshop logo

กดเพื่อเพิ่มเพื่อน line id : mygoodly        โทรสอบถาม 0877444413 , 0876294842 (แดน)

Nutriland CO ENZYME Q 10 ราคา 2100 บาท

Nutriland CO ENZYME Q 10 ราคา 2100 บาท
หมวดหมู่ อาหารเสริม
ราคา 2,100.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 27 ก.ค. 2557
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

Nutriland CO ENZYME Q 10

ราคาปกติ :  2,100.00      

รายละเอียดย่อ :

โคเอนไซม์ Q10 + ALA ที่ดีที่สุดชนิดเดียวและชนิดแรกที่ผสม ALA เสริมการทำงาน Q10 ให้ใช้หมดไปโดยไม่เหลือสารตกค้าง ยี่ห้อนี้มีนวัตรกรรมโมเลกุลเล็กทุกตัว ทำให้การดูดซึมและการนำไปใช้ได้หมด มีประสิทธิภาพ ไม่มีตกค้าง Q10 มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยคงไว้ซึ่งผนังเซลล์ จึงทำให้โคเอนไซม์ Q10 เป็น potent antioxidant ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย มีประสิทธิภาพในการช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว

รายละเอียดทั้งหมด :

WHY SHOULD I TAKE NUTRILAND ® MEGA STRENGTH CO-ENZYNE Q10 150MG WITH ALPHA LIPOIC ACID SOFTGEL CAPSULE?

 

NUTRIland ® Co Enzyme Q10 with Alpha Lipoic Acid is a high potency formula designed to maintain heart and cardiovascular function and boost energy. Naturally fermented Co-enzyme Q10 combined with Alpha Lipoic Acid, a key intracellular antioxidant

 

Cardiovascular & heart health

Powerful antioxidant

Stamina & endurance

Healthy ageing

Migraines

 

 

PACKING SIZE:

 

100 Capsules 

 

โคเอนไซม์ Q10

 

  ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1957 ว่าเป็น โคเอนไซม์ที่จำเป็นตัวหนึ่งในร่างกาย ทำหน้าที่เป็นตัวร่วมจุดประกายการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่สำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานของไมโตคอนเดรีย แห่งเซลล์ของกล้ามเนื้อ ผู้วิจัยนำเสนอให้เข้าใจในบทบาทของ โคเอนไซม์ Q10 ได้รับรางวัล Nobel ในปี ค.ศ.1978 (สำหรับท่านที่สนใจข้อดีของโคเอนไซม์ Q10  กับน้ำมันจมูกข้าวที่ส่งผลต่อความสวยงามสามารถอ่านต่อได้ที่ โคเอนไซม์ Q10 กับน้ำมันจมูกข้าว คู่แท้ที่ลงตัว)

 

 

 

 

ประโยชน์ของ โคเอนไซม์ Q10 ต่อกล้ามเนื้อหัวใจ

  โคเอนไซม์ Q10 ที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นนี้ทำหน้าที่ เป็น เอนไซม์หลัก ในกระบวนการที่ทำการเปลี่ยนแปลงอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้อยู่ในรูปของพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ 

 

  เนื่องจาก โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงาน จึงมักพบในอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูงเช่น หัวใจ ตับ ไต เพื่อสร้างพลังงานและความแข็งแรงให้กับเซลล์ รวมทั้งช่วยลดความเมื่อยล้า อีกทั้งเซลที่ต้องการพลังงานสูงก็จะต้องการ โคเอนไซม์ Q10 มากกว่าเซลที่ต้องการพลังงานน้อย จึงเป็นเหตุที่เราจะพบ โคเอนไซม์ Q10 มากในเซลหัวใจ ดังนั้นหากขาด โคเอนไซม์ Q10 มากเกินขนาด จะส่งผลให้ปริมาณเซลล์ที่ไม่ทำงานมีมาก เมื่อถึงระดับหนึ่งย่อมไม่บีบตัวทำงาน เซลล์ที่เหลือย่อมปรับตัวโดยบีบให้ถี่ขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่มีแรงสูบฉีดเลือดส่งออกไปเลี้ยงอวัยวะ ได้เป็นชีพจรที่เร็ว เราจะรู้สึกใจสั่น แต่อาจรู้สึกใจเต้นแรงก็เพราะหัวใจบีบผิดจังหวะหรือไม่ราบรื่นนั่นเอง อาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะเนื่องด้วยเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และอาจรู้สึกชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เพราะขาดเลือด อาการอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย ย่อมเกิดขึ้นได้

 

 

 

  ในทางวิทยาศาสตร์ได้มีการยอมรับเกี่ยวกับโคเอนไซม์ Q10 ว่าช่วยเพิ่มประสิทธิการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างชัดเจน มีฤทธิ์ช่วยป้องกันการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจทำงานล้มเหลว เรียกว่า Cardiomyopathy ( หมายถึงการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ จนทำงานล้มเหลวเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โรคนี้เรียกว่าโรคหัวใจโตซึ่งเกิดจากการขยายใหญ่ขึ้นของหัวใจ แต่ประสิทธิภาพของ การทำงานกลับลดลง สูบฉีดโลหิตได้น้อยลงกว่าเดิม ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เต็มที่ เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และไม่มีแรง )  จึงทำให้มีการจ่าย Q10 ให้กับผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างมากมาย ซึ่งแพทย์ไทยรู้จักการใช้ โคเอนไซม์ Q10 ป้องกันโรคหัวใจมานานหลายปีแล้ว แพทย์ในอิสราเอล ประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศใช้ โคเอนไซม์ Q10 รักษาโรคชรา โรคเรื้อรัง โรคหัวใจ ประมาณกันว่าแพทย์ได้สั่งยา โคเอนไซม์ Q10 ให้แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจมามากกว่า 40 ล้านคน ทั่วโลก

 

 

                        จากการศึกษากว่า 25ปีในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อิตาลี และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกพบว่าผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลวที่ทำการศึกษาล้วนมีภาวะขาด โคเอนไซม์ Q10 ที่รุนแรง ซึ่งเมื่อได้รับ โคเอนไซม์ Q10 ปริมาณเพียงพอ ก็สามารถฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างได้ผล จากกลไกบทบาทในกล้ามเนื้อเรียบ ยังใช้ช่วยอธิบาย ในกรณีหายใจลำบาก หายใจแล้วเหนื่อย ว่าอาจมีภาวะขาด โคเอนไซม์ Q10 ร่วมด้วย นอกจากนี้ การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจร้อยละ 75 อยู่ในภาวะขาดโคเอนไซม์ Q10 และการที่กิน โคเอนไซม์ Q10 เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยถึงร้อยละ 91 มีอาการของโรคหัวใจดีขึ้นอย่างทันทีภายใน 30 วัน 

 

 

 

 

  จากผลการทดลองในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง โดยจัดให้ผู้ป่วยได้รับ โคเอนไซม์ Q10 เพิ่มเติมในปริมาณ 100 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าระดับพลาสม่า โคเอนไซม์ Q10 สูงขึ้นถึง 3 เท่า ดัชนีวัดค่าความหนาผนังกล้ามเนื้อหัวใจ (systolic wall thickening score index) สูงขึ้นทั้งในส่วนของ rest and peak dobutamine stress echo โดยสูงขึ้น 12.1% และ 15.6% ตามลำดับ

 

  ในประเทศญี่ปุ่น มีการทำวิจัยไว้ถึง 25 ชิ้น พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 70 มีอาการดีขึ้นจากโรคหัวใจ ปัจจุบันโคเอนไซม์ Q10 เป็นยาตามใบสั่งที่มีขายทั่วไป บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งสังเคราะห์และผลิตโคเอนไซม์ Q10 จำหน่ายทั่วโลก

 

 

 

ประโยชน์ของ โคเอนไซม์ Q10 ต่อโรคความดันโลหิตสูง

  โคเอนไซม์ Q10 ยังช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอลไม่ให้จับตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน บรรเทาอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก อันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน ดร.คาร์ล โฟล์คเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัล ให้ความเชื่อถือ โคเอนไซม์ Q10 มาก เขาเชื่อว่าปัญหาของระบบหลอดเลือดหัวใจล้วนเป็นผลมาจากการขาด โคเอนไซม์ Q10

 

  ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันในอเมริกา พบว่า โคเอนไซม์ Q10 ช่วยยับยั้งการจับตัวเป็นก้อนแข็ง ของโคเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดงหัวใจ จึงป้องกันโรคเส้นเลือดโคโรนารี่อุดตันของหัวใจด้วย และยังพบด้วยว่าการออกฤทธิ์แบบนี้แรงกว่าวิตามินอีและเบต้า แคโรทีน เสียอีก

 

 

 

  นอกจากนี้ โคเอนไซม์ Q10 ยังจำเป็นต่อผู้ที่ได้รับยาลดไขมัน หรือยาลดระดับโคเลสตอรอลในเลือด เพราะยาลดไขมันมักหยุดยั้งกระบวนการสร้าง โคเอนไซม์ Q10 ก่อเกิดภาวะขาดโคเอนไซม์ Q10 รุนแรง ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาลดไขมัน (statin drug therapy) มักพบอาการข้างเคียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการอ่อนเพลีย อ่อนล้า (fatigue) ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (myalgia) หายใจติดขัด หายใจลำบาก (dyspnea) ความจำเสื่อม (memory loss) หรืออาการชา (peripheral neuropathy) แต่เมื่อได้รับโคเอนไซม์ Q10 เพิ่มเติมในปริมาณ 240 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 12-22 เดือน พบว่าโคเอนไซม์ Q10 สามารถช่วยลดอาการข้างเคียงต่างๆ อย่างได้ผลเป็นที่น่าพอใจจากเดิมที่พบว่ามีอาการอ่อนเพลีย อ่อนล้า 84% เหลือเพียง 16% อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อลดจาก 64% เหลือเพียง 6% อาการหายใจลำบาก ลดจาก 58% เหลือ 12% ความจำเสื่อมลดจาก 8% เหลือ 4% และอาการชา ลดจาก 10% เหลือ 2%5

 

  ในการศึกษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงของ Dr. Langsjoen ผู้ป่วยร้อยละ 51 มีอาการดีขึ้น มี Diastolic pump มากขึ้น จนหยุดยาลดความดันโลหิตได้ภายใน 4 เดือนหลังการใช้ โคเอนไซม์ Q10

 

ประโยชน์ของ โคเอนไซม์ Q10 ต่อสมอง

  การรับ โคเอนไซม์ Q10 เข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน โคเอนไซม์ Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย และเป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

 

  นักวิทยาศาสตร์หลายคน เช่น ดร.เดนแฮม อาร์แมน แห่งมหาวิทยาลัยเนบราสก้า เชื่อว่า โคเอมไซม์ Q10 มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคชรา โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อมได้ โดยการปกป้องไมโตคอนเดรีย ซึ่งอยู่ภายในเซลล์ของร่างกาย ให้รอดพ้นจากการโจมตีของอนุมูลอิสระ เจ้าตัวร้ายที่บั่นทอนอายุของมนุษย์ทั้งหลาย จึงเป็นทางเลือกของการรักษาผู้ป่วยโรคที่เกิดจากเซลล์สมองเสื่อม

 

  

 

โคเอนไซม์ Q10 กับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

  โคเอนไซม์ Q10 มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยคงไว้ซึ่งผนังเซลล์ จึงทำให้โคเอนไซม์ Q10 เป็น potent antioxidant ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย มีประสิทธิภาพในการช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว สามารถทำงานร่วมกับวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัวหนึ่งได้โดยไม่รบกวนและจะเสริมฤทธิ์กันได้ จึงช่วยป้องกันโรคมะเร็งอีกด้วย

 

ปริมาณ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกาย

  แม้ว่าโคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นได้เอง แต่จะสร้างในปริมาณที่ลดลงเมื่ออายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป ในขณะที่ปริมาณที่ร่างกายต้องการกลับไม่ลดลง ซึ่งการสังเคราะห์ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายต้องอาศัยวิตามินถึง 7 ตัว และแร่ธาตุอีกหลายรายการ จึงไม่แปลกเลยที่โรคหัวใจจะถามหาเราในวัยกลางคน

 

  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ปริมาณ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงได้อีก เช่นผลกระทบจากสภาพแวดล้อม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การได้รับยา หรือสารเคมี แม้แต่ความเครียด ก็ล้วนแต่มีผลทำให้ปริมาณโคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงทั้งสิ้น ดังนั้นร่างกายจึงควรได้รับ โคเอนไซม์ Q10 จากภายนอกด้วย เช่น จากอาหารเสริม หรือจากอาหารได้แก่ น้ำมันปลา สัตว์ทะเลต่างๆ และในอาหารจำพวกพืช เช่น รำข้าว บร็อกโคลี ถั่วเหลือง เป็นต้น

 

 

 

 

สรุป การได้รับ โคเอนไซม์ Q10 เพิ่มเติมเหมาะสำหรับ

  -ผู้สูงอายุ และผู้ที่อายุเกิน 21 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้มีภาวะขาด โคเอนไซม์ Q10

  -ผู้ป่วยโรคหัวใจ

  -ภาวะความดันโลหิตสูง

  -ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน (stroke)

  -ผู้ที่ได้รับยาลดไขมัน / ยาลดระดับโคเลสตอรอล

  -ผู้ป่วยโรคที่เกิดจากเซลล์สมองเสื่อม (โรคพาร์กินสันและโรคอัลไซเมอร์)

  -นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องใช้พลังงานมาก 

 

ข้อแนะนำในการรับประทาน

 

เนื่องจาก Q10 เป็นสารอาหารที่ละลายได้ดีในไขมันได้ ดังนั้นมันจะถูกดูดซึมได้ดีหากรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน เช่น ถั่ว เนย หรือจะเห็นได้ว่าแค๊ปซูลที่บรรจุ Q10 มักจะเป็นแค๊ปซูลที่ทำมาจากไขมัน

เก็บในที่ปราศจากแสง และที่เย็นแต่ห้ามแช่แข็ง

ควรรับประทานติดต่อกันนานกว่า 2 เดือนขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้เวลากว่าจะเริ่มเห็นผลของ Q10

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

 

คุณลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยการโอนเงิน

เข้าบัญชี  นาย ณัฐพงษ์ ศรีแก้ว  (Nuttapong Srikaw)

สามารถแจ้งชำระเงินได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้หลังจากที่คุณลูกค้าที่น่ารัก ได้โอนค่าสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

1.แจ้งชำระเงินทางโทรศัพท์ เบอร์ 0877444413 , 0876294842  (แดน) เป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุด

2.แจ้งชำระเงินทาง E-mail  : my-goodly@hotmail.com  เป็นช่องทางที่สะดวกเช่นกัน

3.แจ้งชำระเงินทางเว็บไซต์  www.mygoodly.com/informpayment  

***การแจ้งโอนเป็นเรื่องจำเป็นมากนะครับ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ

แจ้งโอนในวันสั่งซื้อก่อน 17.00 น.  ทางร้านจะจัดส่งของในวันถัดไป 

หลังโอนเงิน โปรดแจ้งโอนทุกครั้ง

                            
จัดส่งสินค้าแบบ EMS ระยะทาง 500 กิโลเมตร ศูนย์กลาง กทม. ได้รับสินค้าในวันถัดไป

เกินระยะ ได้รับสินค้าอีก 2 วัน  ขอบพระคุณลูกค้าที่น่ารักทุกๆท่านครับ

ธ.กรุงเทพ สาขาน้ำยืน สะสมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาน้ำยืน ออมทรัพย์
  • ค่าธรรมเนียม 4.4% + 11 THB
  • การชำระผ่าน PayPal คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งชำระเงิน เนื่องจากระบบจะจัดการให้คุณทันที ที่คุณชำระเงินเสร็จสมบูรณ์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

อาหารเสริมผิวขาวใส

Lypo Spheric GSH 

Intra Cellular Glutathione

ALA Ivory Caps

Angel’s Secret Sheep Placenta 38,000 mg

Lippomix 

รายการสินค้า

  Line : Mygoodly

 08774444-13

 087-6294842 

  my-goodly@hotmail.com

  514-0-54666-3

  008-8-25484-8

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ อาหารเสริม คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลัก ที่ใช้รับประทานโดยตรงนอกเหนือไปจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติทุกวัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมอาหารและให้สารอาหารแก่ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ป่วย บางประเทศจัดว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอาหาร ขณะที่บางประเทศจัดว่าเป็นยา

ในการรับประทานอาหารเสริม เราไม่ควรรับประทานอาหารเสริมเป็นอาหารหลัก เนื่องจากอาหารเสริมไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้ ดังนั้นผู้ที่รับประทานอาหารเสริมควรรับประทานอาหารหลักให้ครบด้วย รวมถึงการออกอำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ปลอดโปร่งเบิกบาน เพื่อความมีสุขภาพที่ดีของร่างกาย

วิธีทานอาหารเสริม
.• lypo spheric
ทานครั้งละ 1 ซอง ก่อนอาหารเช้า (ขณะท้องว่าง)ควรทานร่วมกับวิตามินซี หรือ ALA ทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 
.• Ivorycaps
ทานพร้อม ala1 เม็ด ตอนท้องว่าง (สาวๆรีวิวว่าทานร่วม ala ใสเร็วมากๆ) เช้าก่อนอาหาร และ ก่อนนอน  
.• Sheep Placenta รกแกะ 
ทานก่อนอาหารเช้า 15 นาที วันละ 1 เม็ดทานร่วมกับน้ำอุ่น จะเห็นผลที่ดีที่สุด
.• royal jelly  2%
ทานในช่วงท้องว่าง ไม่ควรทานพร้อมกับน้ำร้อน น้ำอุ่น เพราะจะทำให้คุณค่าของนมผึ้งเสียไป ควรเก็บ  รักษาในตู้เย็น 
.• Grape seed 
ทานในช่วงท้องว่างวันละ 1-2 เม็ดก้อได้
.• NAC
ทานช่วงเช้า หรือก่อนอาหาร 15 นาที พร้อม แอล-ซีทเทอีน และกลูต้าที่ทานอยู่
.• L-Cysteine
ทานช่วงเช้า หรือก่อนอาหาร 15 นาที พร้อม NAC และกลูต้าที่ทานอยู่
.• ala
ทานช่วงเช้า หรือก่อนอาหาร 15 นาที พร้อม NAC,L-cys,IvoryCaps
.• Lycopene
ทานพร้อมมื้ออาหาร หรือหลังอาหาร วันละ 1 เม็ด
.• Pycnogenol
พร้อมมื้ออาหาร หรือหลังอาหาร สามารถติดต่อกันได้เป็นระยะเวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดย ไม่มีผลข้างเคียง
.• Pine Bark
พร้อมมื้ออาหาร หรือหลังอาหาร สามารถติดต่อกันได้เป็นระยะเวลานาน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดย ไม่มีผลข้างเคียง
.• Milk Thistle
สัปดาห์แรกทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหาร / สัปดาห์ที่ 2 ทานวันละ 2 เม็ด หลังอาหาร 2 มื้อ / สัปดาห์ที่ 3 ทาน 3 เม็ด หลังอาหาร 3 มื้อ
.• Collagen
ทานตอนเช้า หรือก่อนอาหาร 15 นาที พร้อม Vit C หรือ ala ช่วยเสริมการทำงานได้ดียิ่งขึ้น
.• Resveratrol
ทานพร้อมมื้ออาหาร หรือหลังอาหาร วันละ 1 เม็ด
.• อื่นๆ อีกมากมาย สอบถามได้เลยครับ
 
อาหารเสริมทุกรายการ
แนะนำให้ทานแล้วดื่มน้ำ
ตามมากๆ อย่างน้อย 1-2 แก้ว 
และให้ทาน ala หรือ Vit C
ร่วมด้วยจะช่วยในการทำงาน
เต็มที่กว่าครับ
 

เข้าร่วมร้านค้า

ร้านอาหารเสริมผิวขาวใส
ร้านอาหารเสริมผิวขาวใส
www.mygoodly.com/
สมัครสมาชิกร้านนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษ
Google+

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม632,299 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด407,264 ครั้ง
เปิดร้าน27 ส.ค. 2555
ร้านค้าอัพเดท4 ธ.ค. 2560

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

นึกถึงของแท้ ของถูก ของคุณภาพ นึกถึงเรา
Go to Top